ป้ายกำกับ

Programming (19) How to (15) Software Engineering (9) App. Guide (3) Theory (1)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ App. Guide แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ App. Guide แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

Visual Studio Image Library

เมื่อก่อนตอนสมัยที่ผมข้ามจาก Visual Studio 6 มาใช้ Visual Studio 2008 นั้น ผมเพิ่งจะได้รู้ว่า ไมโครซอฟต์ได้แถมคลังรูปภาพไว้ใช้สำหรับทำปุ่มต่างๆในสไตล์ของไมโครซอฟต์มาให้ เรียกว่า Visual Studio Image Library ซึ่งความจริง Image Library นี้มีมาตั้งแต่ Visual Studio รุ่น 2005 โดยไฟล์จะอยู่ในโฟลเดอร์ ดังตาราง

Visual Studio 2005C:\Program Files\Microsoft Visual Studio 8\Common7\VS2005ImageLibrary\VS2005ImageLibrary.zip
Visual Studio 2008C:\Microsoft Visual Studio 9.0\Common7\VS2008ImageLibrary\1033\VS2008ImageLibrary.zip
Visual Studio 2010C:\Microsoft Visual Studio 10.0\Common7\VS2010ImageLibrary\1033\VS2010ImageLibrary.zip

ตอนนั้นน่าจะมีภาพอยู่ประมาณ 1,000 ภาพ แต่ตั้งแต่ Visual Studio 2012 เป็นต้นมา ไมโครซอฟต์ไม่ได้รวมชุด Visual Studio Image Library ไว้ใน Released Package ด้วย ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจหามาเพราะมีไฟล์เก่าของ VS2008 อยู่ จนกระทั่งวันนี้ ผมได้ติดตั้ง Visual Studio 2013 และต้องการใช้ Image Library ขึ้นมา ก็เลยค้นหาดู พบว่า ไมโครซอฟต์มีให้ดาวโหลด อยู่ที่
http://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=35825
เห็นเขียนไว้ในรายละเอียดว่ามีภาพถึง 5,000 ภาพ เช่น


 ใครสนใจก็ลองดาวโหลดมาใช้ดู แต่อย่าลืมอ่านเงื่อนไขการใช้งานด้วยนะครับ

อ้างอิง

  1. Microsoft Corporation, How to Get High-Quality Icons Using Visual Studio Image Library

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Restore Files from deja-dup

เวลาใช้ระบบ Backup ของ Ubuntu นั้น GUI ที่มีอยู่บน Ubuntu 12.04 หรือ 14.04 จะ ทำการ restore ไฟล์ทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งหากเรามีข้อมูลจำนวนมาก ก็จะใช้เวลานาน หากมีข้อมูลที่เราต้องการ restore เฉพาะบางไฟล์ จะต้องใช้ command-line คือ

Usage:
  deja-dup [OPTION...]
  deja-dup --backup
  deja-dup --restore [FILES…]
  deja-dup --restore-missing DIRECTORY

Déjà Dup is a simple backup tool.  It hides the complexity of backing up
the Right Way (encrypted, off-site, and regular) and uses duplicity as
the backend.

Help Options:
  -h, --help               Show help options
  --help-all               Show all help options
  --help-gtk               Show GTK+ Options

Application Options:
  --version                Show version
  --restore                Restore given files
  --backup                 Immediately start a backup
  --restore-missing        Restore deleted files
  --display=DISPLAY        X display to use

โดยต้องไปต้้งค่าต่างๆด้วย GUI ให้เรียบร้อยก่อน เช่นค่า Storage location

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

รีวิวโปรแกรมโน๊ตสำหรับ iPad

ตั้งแต่ได้ iPad 2 มา ผมก็พยายามหาโปรแกรมต่างๆมาใช้งานเพื่อให้สามารถทำงานบนเครื่องนี้ให้ได้ ตั้งใจไว้ว่าจะเปลี่ยนวิถีชีวิตที่หนักอึ้งมาหลายปี เพราะแบกกระเป๋าโน๊ตบุ๊ค+อุปกรณ์เสริม รวมๆแล้วก็หลายกิโลกรัมแทบจะทุกวัน เปลี่ยนให้มาเป็นชีวิตที่เบาสบายกว่า ซึ่งโปรแกรมหลักๆที่มีมากับเครื่องนั้น โดยรวมก็ช่วยให้ทำงานได้ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Calendar ซึ่งเป็นปฎิทินสำหรับบันทึกนัดหมายต่างๆ โปรแกรม Mail ไว้สำหรับติดต่อสื่อสาร และโปรแกรม Notes สำหรับบันทึกข้อความ ส่วนโปรแกรมทางด้านความบันเทิง หรือ มัลติมีเดียได้แก่ โปรแกรม Videos สำหรับดูหนัง โปรแกรม Music สำหรับฟังเพลง โปรแกรม Camera สำหรับถ่ายรูป หรือโปรแกรม Photo สำหรับเป็นอัลบั้มเก็บภาพต่างๆไว้ ฯลฯ เป็นต้น

สำหรับการรีวิวครั้งนี้ ผมขอเน้นไปที่โปรแกรมโน๊ตนะครับ เพราะว่าโปรแกรมประเภทนี้ ดูเหมือนว่าหลายๆคนจะมองข้ามไป เพราะคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก แต่จริงๆแล้ว ถ้าเราเลือกใช้งานโปรแกรมที่เหมาะสม มันจะช่วยงานเราได้มากทีเดียว

สำหรับโปรแกรมโน๊ตที่เลือกมารีวิวมี 5 โปรแกรมดังนี้
  1. Notes - Notes ของ Apple Inc. (ไม่จำกัดจำนวนเรื่อง)
  2. NoteMaster - NoteMaster Lite 4.2.1 ของ Kabuki Vision (7 เรื่อง)
  3. aNote - Awesome Note HD Lite 2.3 ของ BRID (bridworks.com) (10 เรื่อง)
  4. DocAs - DocAs Lite 4.0 ของ Square LLC
  5. iDesk - iDesk Lite 2.1 ของ tentouch.com
ทั้งหมดที่เลือกมา ผมเน้นเลือกเฉพาะรุ่น Lite เนื่องจากผมคิดว่าโปรแกรมโน๊ตนั้น น่าจะเป็นโปรแกรมที่ไม่ซับซ้อน ใช้งานง่ายๆ ความสามารถไม่ต้องมากนัก และก็ไม่ควรต้องเสียเงินมากด้วย ผมจึงเลือกที่ฟรีๆมาทดลองใช้ดูก่อน ทีนี้เรามาดูว่าความสามารถไหนบ้างที่จำเป็นต้องใช้

สมุดฉีกหรือหนังสือ
ก่อนอื่นต้องขอแยกประเภทของโปรแกรมออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆคือ สมุดฉีก กับ หนังสือ นะครับ เนื่องจากการนำไปใช้ที่ต่างกัน ถ้าเป็นสมุดฉีก เราต้องการความรวดเร็ว ข้อความสั้น ไม่มีหน้า ส่วนหนังสือ เราต้องการเขียนแนวคิด มีลำดับ หัวข้อหนึ่งมีได้หลายหน้า และอาจจะต้องสามารถวาดภาพประกอบได้ด้วย แต่ในความคิดของผม โปแกรมที่เป็นแบบหนังสือ สามารถใช้งานในลักษณะสมุดฉีกได้ด้วย

มีบรรทัดหรือไม่มี
การพิมพ์ข้อความปกติแล้วเราต้องการบรรทัด แต่สำหรับการขีดๆเขียนๆแบบที่ใช้อธิบายแนวความคิด ต้องการความอิสระและมักจะต้องการให้วาดรูปได้ นอกจากนี้ข้อความก็มักจะต้องสามารถวางไวัที่ตำแหน่งไหนในหน้ากระดาษก็ได้

แทรกภาพได้
นอกจากข้อความแล้ว เรามักจะต้องการแทรกภาพด้วย เพราะภาพสามารถใช้แทนคำบรรยายได้ดีกว่าในบางกรณี ซึ่งภาพก็มีอยู่สองแบบคือ ภาพถ่ายและภาพวาด สำหรับภาพวาดนั้น เครื่องมือที่ใช้วาดก็สำคัญ และที่มักใช้บ่อย คือ free hand และการวาดรูปทรงเรขาคณิต ถ้าจะตัดความสามารถในการวาดภาพออกไป คือเอาเฉพาะให้แทรภาพได้ ก็เพียงพอแล้ว ส่วนภาพนั้นจะสร้างมาอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับเครื่องมืออื่นๆที่จะนำมาวาดภาพประกอบก็พอ

บันทึกเสียงได้
การโน๊ตนั้น เราอาจจะเคยชินกับการพิมพ์ข้อความ แต่การพิมพ์บน iPad นั้น บางคนอาจจะไม่ถนัด ถ้าสามารถบันทึกเสียงแทนการพิมพ์ได้ ก็จะดีไม่น้อย

แทรกตำแหน่ง GPS
ในบางครั้งเราบันทึกการเดินทางท่องเที่ยว และแน่นอนว่าบางสถานที่นั้นอาจจะหายาก หรือไม่ก็เราอยากจะไปอีกแต่กลัวจะจำไม่ได้ เราก็ต้องการจะบันทึกไว้ แต่ถ้าจะเขียนอธิบายว่าไปอย่างไรอาจจะยืดยาวและสับสน ถ้าในเครื่องมี GPS อยู่ เราก็อยากจะบันทึกตำแหน่งนั้นไว้เลย หรือบางคนอาจจะอยากบันทึกเป็นที่ระลึกของตัวเองว่า ครั้งหนึ่งเราเคยมายืนอยู่ตรงจุดนี้แล้ว การบันทึกตำแหน่งได้ ก็เลยเป็นอีกความสามารถหนึ่งที่น่าสนใจ

การจัดการไฟล์
การจัดการไฟล์เป็นความสามารถที่จำเป็นมาก หากเรามีโน๊ตเก็บไว้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีความสามารถในการค้นหาไฟล์ต่างๆ บางโปรแกรมจะให้เราสร้างโฟลเดอร์ได้ แต่บางโปรแกรมก็ไม่ได้ ซึ่งทำให้ความสามารถในการค้นหายิ่งจำเป็นมากขึ้น บางโปรแกรมให้เราติด tag ได้ และสามารถค้นหาตาม tag ได้ แต่เนื่องจากโปรแกรมที่นำมารีวิวนี้เป็นรุ่น Lite ซึ่งส่วนใหญ่จะจำกัดจำนวนไฟล์ ทำให้ไม่สามารถทดสอบการค้นหาได้อย่างเต็มที่นัก

การถ่ายโอนข้อมูล
ใน iPad นั้น แต่ละโปรแกรมจะถูกจำกัดให้เข้าถึงเนื้อที่เก็บข้อมูลเฉพาะของตัวเองเท่านั้น หากต้องการข้อมูลนั้นๆไปทำอย่างอื่น เราจะต้องถ่ายโอนข้อมูลออกไป หรือรับข้อมูลมาจากโปรแกรมอื่นก็ได้ สำหรับการรับข้อมูลเข้านั้น ผมขอไม่พูดถึงนะครับ เพราะการโน๊ตปกติแล้วเราจะเขียนขึ้นมาเอง ไม่ใช่การเอาสิ่งที่เขียนไว้มาแก้ แต่ไม่ว่าจะเป็นการรับหรือส่งเพื่อถ่ายโอนข้อมูลจะมีข้อจำกัดคือ โครงสร้างของข้อมูลจะถูกแปลง บางโปรแกรมก็ส่งเป็นข้อความอีเมลล์ บางโปรแกรมก็แปลงเป็นภาพแล้วแนบไปในอีเมลล์ หรือแปลงเป็นไฟล์ PDF ได้ก็มี นอกจากนี้ บางโปรแกรมก็สามารถส่งเข้า Dropbox ได้เลย หรือไม่ก็ sync เข้ากับ Google Doc ได้ ซึ่งมีประโยชน์มาก หากเราสามารถถ่ายโอนไปได้หลายช่องทาง

ตารางสรุปความสามารถของโปรแกรม
Y / NNoteNoteMasteraNoteDocAsiDesk
สมุดฉีก/หนังสือ
Y
Y
Y
N
Y
มีบรรทัด/ไม่มีบรรทัด
Y
Y
Y
N
N
แทรกภาพได้
N
Y
Y
Y
N(พื้นหลัง)
วาด freehand ได้
N
Y
Y
Y
Y
วาดรูปทรงเรขาคณิตได้
N
N
N
N
Y
บันทึกเสียงได้
N
N
N
N
Y
แทรกตำแหน่ง GPS ได้
N
N
Y
N
N
สร้างโฟลเดอร์ได้
N
Y
Y
Y
N
ค้นหาหัวข้อเรื่อง
Y
Y
Y
Y
N
ค้นหาเนื้อหา
Y
N
Y
N
N
ค้นหา tag
N
N
Y
N
N
อีเมลล์ข้อความ
Y
Y
Y
N
N
อีเมลล์ HTML
N
Y
Y
N
N
อีเมลล์โดยแนบภาพ
N
Y
Y(HTML)
Y
Y
อีเมลล์โดยแนบ PDF
N
N
N
N
Y
ส่งภาพเข้า Photo
N
N
N
Y
Y
ส่งเข้า Dropbox
N
N
N
N(buy)
Y
sync Google Doc
N
Y
Y
N(buy)
N

สรุป
จากตารางความสามารถที่สรุปมา จะเห็นได้ชัดว่าโปรแกรม aNote นั้นน่าใช้มาก และถ้าใช้งานร่วมกับโปรแกรม DocAs หรือ iDesk โดยใช้เป็นเครื่องมือช่วยวาดภาพ ก็จะได้เครื่องมือที่สมบูรณ์แบบ โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบโปรแกรม iDesk มากกว่า เพราะสามารถวาดรูปทรงเรขาคณิตได้ดีกว่า เราสามารถใช้วาดแผนผัง แผนภาพต่างๆแล้วนำเข้ามาแทรกเป็นภาพในโน๊ตของเราได้ แต่ถ้าดูที่ความสามารถ โปรแกรม DocAs จะเก่งกว่า สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้หลากหลายช่องทางมากกว่า